เทคนิคการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย

      Comments Off on เทคนิคการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัย

เทคนิคการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยดังนี้

1.ฝึกตนให้เป็นคนช่างสังเกตสิ่งผิดปกติ เช่น สี กลิ่น เสียงและอุณหภูมิ รวมทั้งการใช้เครื่องมือง่ายๆ เช่น ไขควงวัดไฟแตะที่อุปกรณ์ไฟฟ้าต่างๆ เพื่อตรวจสอบดูว่ามีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่ การสังเกตความผิดปกติของสี กลิ่นและเสียง คือตรวจดูสีของฉนวนหุ้มสายไฟ รอยเขม่าดำ กลิ่นเหม็นไหม้ การสัมผัสเพื่อดูว่าสวิตช์ ปลั๊กและจุดต่อต่างๆ เกิดความร้อนสูงผิดปกติ อันเนื่องมาจากการต่อสายไฟ การเสียบปลั๊กไม่เรียบร้อย ไม่แน่นหนา หรือเกิดจากสาเหตุอื่นหรือไม่ ซึ่งหากพบว่าความผิดปกติที่เกิดขึ้นไม่สามารถแก้ไขเองได้ ก็ควรจะให้ช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความชำนาญมาเป็นผู้ดำเนินการแก้ไข

2.ไม่ควรใช้สารเคมีที่ไวไฟ เช่น ยาฆ่าแมลง กระป๋องสเปรย์ที่มีส่วนผสมของทินเนอร์ ใกล้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กำลังทำงาน และไม่ควรใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือเปิดสวิตช์ไฟฟ้า เช่น การเปิดพัดลมระบายอากาศ ในบริเวณที่มีไอระเหยหรือก๊าซไวไฟปกคลุมอยู่เต็มพื้นที่ ทั้งสองกรณีนี้อาจทำให้เกิดประกายไฟซึ่งเป็นสาเหตุของเพลิงไหม้ได้

3.อุปกรณ์ที่มีการเสียบปลั๊กทิ้งไว้นานๆ โดยไม่มีผู้ดูแล เช่น อุปกรณ์ที่เสียบไว้กับหม้อแปลงไฟขนาดเล็ก (Adapter) หรือการเสียบอุปกรณ์กับเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ขนาดเล็ก ควรจัดพื้นที่บริเวณดังกล่าวให้สะอาด โล่ง ไม่มีวัสดุที่ติดไฟง่าย เช่น กองกระดาษ ถุงพลาสติก อยู่ใกล้ๆ เป็นอันขาด เพื่อไม่ให้เกิดการลุกลามของไฟในกรณีที่เกิดไฟฟ้าช็อต

4.ห้ามวางสายไฟแตะสัมผัสกับส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ความร้อน เช่น เตารีด เครื่องเป่าผม เตาไฟฟ้า เป็นต้น

5.เครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมาก เช่น หม้อหุงข้าว เตาไฟฟ้า ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ควรเสียบไฟกับเต้ารับเดี่ยว ไม่ใช้ปลั๊กต่อพ่วง

6.เมื่อไฟจากการไฟฟ้าดับควรปิดสวิตฃ์เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดที่เปิดค้างอยู่ เพื่อป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าเหล่านั้นชำรุดจากแรงดันที่ผิดปกติ ขณะที่ไฟดับไม่สนิทระดับแรงดันไฟฟ้าจะตก และในขณะที่เริ่มมีไฟกลับเข้ามาระดับแรงดันไฟฟ้าอาจจะเกินกว่าค่าปกติที่อุปกรณ์ไฟฟ้านั้นๆ จะทนได้ และเพื่อป้องกันอุปกรณ์ตัดวงจรทำงาน เมื่อมีไฟกลับเข้ามาถ้ามีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟในการสตาร์ทมากเปิดใช้อยู่อาจจะทำให้มีไฟดับอีกครั้งได้ นอกจากนี้ยังเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ใช้ เช่น เตารีดหรือเตาไฟฟ้าที่เปิดค้างอยู่ เมื่อมีไฟกลับมาหากผู้ใช้ไม่ระวังอาจสัมผัสโดนความร้อนที่เกิดขึ้นได้